ประวัติอาศรมพระธรรมจาริกบ้านหนองกระทิง
บ้านหนองกระทิงเดิมไม่มีวัดหรืออาศรมแต่อย่างใดมีวัดที่เดียวในบริเวณนั้นคือวัดตุงลอยซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหนองกระทิงไปทางทิศตะวันตกไปประมาณ 2 กิโลเมตร
ในหมู่บ้านหนองกระทิงเองมีเพียงศาลาที่สร้างไว้เป็นที่ประชุมของพี่น้องกะเหรี่ยงในเขตอำเภออมก๋อยเท่านั้นซึ่งสร้างเมื่อประมาณ
8 ปีที่แล้วและได้ปล่อยให้ร้างไปครั้งหนึ่ง จนเมื่อประมาณ ปี 2550
– 2551 ชาวบ้านก็ได้ปรึกษากันว่าบ้านหนองกระทิงน่าที่จะมีพระมาประจำอยู่ในหมู่บ้าน
ประกอบกับการเดินทางไปทำบุญที่วัดต่างหมู่บ้าน
ก็อยู่ไกลอีกด้วยและจำนวนชาวบ้านก็มีจำนวนมากขึ้นในแต่ละปี นับจากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านก็ได้สอบถามหาพระเพื่อที่จะให้มาจำพรรษาในอาศรมประจำหมู่บ้าน
จนเมื่อวันที่ 16 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 จึงได้พระมาจำพรรษาในอาศรมประจำหมู่บ้าน
โดยเป็นพระในโครงการพระธรรมจาริกและก็เป็นพระรูปแรกที่มาจำพรรษาอยู่ ณ
อาศรมมาถึงปัจจุบัน
โดยสถานที่ที่ใช้เป็นอาศรมก็คือ บริเวณที่สร้างศาลาการประชุมนั่นเอง
สิ่งก่อสร้างภายในอาศรมพระธรรมจาริกบ้านหนองกระทิง
-
ศาลาบำเพ็ญบุญ 1 หลัง
- กุฏิ
3 หลัง
-
โรงครัว 1 หลัง
- ศาลาเอนกประสงค์ 2 หลัง
- ศาลาเอนกประสงค์ 2 หลัง
-โรงเก็บไม้ 1
หลัง
-
ห้องน้ำ 4 หลัง
-พระธาตุเจดีย์ 1องค์
ประวัติหมู่บ้านหนองกระทิง
บ้านหนองกระทิงแต่ก่อนไม่ได้ตั้งอยู่ในบริเวณปัจจุบันนี้ แต่พื้นที่ที่เป็นหมู่บ้านแต่ก่อนนั้น
คืออยู่ใกล้บริเวณสะพาน ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าอาศรมฯบ้านหนองกระทิง
ห่างออกไปประมาณ 200
เมตรและบริเวณด้านทิศใต้ของอาศรมฯในปัจจุบัน ซึ่งได้อาศัยอยู่บริเวณนี้ประมาณ 80
กว่าปีต่อมาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้เกิดล้มป่วยและตายบ่อยมากขึ้น
ทำให้ชาวบ้านที่เชื่อว่าอยู่บริเวณนี้เชื่อว่าบริเวณที่อาศัยอยู่นี้ไม่ดี
จึงได้พากันย้ายหมู่บ้านออกมาตั้งหมู่บ้านอีกที่หนึ่ง ซึ่งก็คือบริเวณของหมู่บ้านในปัจจุบันนี้เอง
และหลังจากนั้นก็มีชาวบ้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและย้ายมาจากหมู่บ้านอื่นด้วยได้แก่
บ้านแม่ต๋อม บ้านยองกือ บ้านแม่อ่างขาง เป็นต้น สาหตุที่มีชื่อหมู่บ้านว่าหนองกระทิงเพราะว่า
ในอดีตบริเวณบ้านหนองกระทิงมีกระทิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากมาหากินอยู่บริเวณนี้
และมากินน้ำและนอนเล่นน้ำจนเกิดเป็นหนองน้ำขนาดเล็ก และนับแต่นั้นมาชาวบ้านก็ได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านหนองกระทิง
ซึ่งปัจจุบันหนองน้ำที่ว่านี้ก็ยังมีอยู่บริเวณด้านหน้าอาศรมฯ
ที่ตั้งหมู่บ้าน
ปัจจุบันบ้านหนองกระทิงตั้งอยู่ในหมู่ที่4ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
มีประชากรประมาณ 710 คน บ้านพักอาศัยจำนวน 130 กว่าหลังคาเรือนเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ ซึ่งมีอณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับบ้านแม่ต๋อม
ทิศใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับบ้านทุ่งจำเริง
ทิศตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับบ้านแม่ลายดวงจันทร์ (เขตอำเภอฮอด)
ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับบ้านตุงลอยใหม่
ปัจจุบันมีนายสุวรรณ ดีแฮ ดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4
ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับบ้านตุงลอยใหม่
ปัจจุบันมีนายสุวรรณ ดีแฮ ดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4
สภาพปัจจุบันของบ้านหนองกระทิง
ด้านการศึกษา
บ้านหนองกระทิงมีโรงเรียนอยู่ในชุมชนเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่
3 มีนักเรียนทั้งหมด 523 คน
ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านอยู่ระหว่างบ้านหนองกระทิงกับบ้านตุงลอยใหม่ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้มีชื่อว่า โรงเรียนบ้านตุงลอย
ด้านสาธารณสุข
บ้านหนองกระทิงมีสถานีอนามัยตั้งอยู่ในชุมชนชนอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านอยู่ใกล้กับโรงเรียนบ้านตุงลอยปัจจุบันเปลี่ยนจากสถานีอนามัยบ้านตุงลอยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล
ด้านสังคม
ชาวบ้านหนองกระทิงเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงโปร์(
โผล่ง
)มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายมีการนับถือกันตามอาวุโสมีประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนเผ่า
ด้านประเพณีวัฒนธรรม
ชาวบ้านหนองกระทิงมีประเพณีวัฒนธรรมที่ทำสืบต่อกันมาได้แก่
1.ประเพณีการทำพิธีเลี้ยงผีบ้านผีเมืองในป่าชุมชนของหมู่บ้านช่วงก่อนปลูกข้าวและเกี่ยวข้าวเสร็จ
2.ประเพณีการแห่ไม้ก้ำเพื่อบำรุงเสนาสนะพระศาสนา
ทำกุฏิ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในอาศรมดำเนินกิจกรรมนี้ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี
3.ประเพณีรดน้ำดำหัวในช่วงวันสงกรานต์ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี
4.ประเพณีงานสลากภัต
เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 10 ถึงวันขึ้น
15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี
5.ประเพณีตานข้าวใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี
โครงการและกิจกรรมที่ได้ดำเนินการที่ผ่านมาในปี
พุทธศักราช 2554
1. การสอนศีลธรรมและพระพุทธศาสนาในโรงเรียนบ้านตุงลอยมีจำนวนนักเรียนทั้งหมด
523 คน
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้นักเรียนทราบและเข้าใจถึงคุณธรรม
จริยธรรม หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
พุทธศักราช 2552
เป็นต้นมา
ผลที่ได้รับ
Ø นักเรียนทราบและเข้าใจถึงคุณธรรม
จริยธรรม หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
Ø นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพพระรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ประจำปี
พุทธศักราช 2554 ตั้งแต่วันที่ 1-30 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2554 จำนวน 87
รูป
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไป
Ø เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถรู้
เข้าใจ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø ตั้งแต่วันที่
28
เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2554 ถึงวันที่ 1-30 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ได้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไป
Ø เด็กและเยาวชนสามารถรู้
เข้าใจ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
3. กิจกรรมการทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้แก่ วันมาฆะบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬบูชาและวันพระ
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสทำบุญในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรู้และเข้าใจในศาสนพิธีแบบชาวพุทธในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสฟังธรรมในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø ตั้งแต่
เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2553 ถึง เดือนกันยายน
พุทธศักราช 2554
ในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้แก่ วันมาฆะบูชา วันวิสาขบูชา
วันอาสาฬบูชา
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้มีโอกาสทำบุญในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø ชาวบ้านรู้และเข้าใจในศาสนพิธีแบบชาวพุทธในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø ชาวบ้านได้มีโอกาสฟังธรรมในวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
4. กิจกรรมการเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้แก่ วันมาฆะบูชา
วันวิสาขบูชา วันอาสาฬบูชา.
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเรียนรู้และเข้าใจในศาสนพิธีแบบชาวพุทธในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรู้และเข้าใจอีกทั้งระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้แก่
วันมาฆะบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬบูชา ตลอดพุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้รักษาไว้ซึ่งประเพณีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø ชาวบ้านได้เรียนรู้และเข้าใจในศาสนพิธีแบบชาวพุทธในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
Ø ชาวบ้านได้เรียนรู้และเข้าใจอีกทั้งระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
Ø ชาวบ้านเกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
5.กิจกรรมวันสงกรานต์
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทย
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมวันสงกรานต์ดำเนินการในช่วงวันที่
12-15
เดือนเมษายน พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้รักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทย
Ø ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ
6.กิจกรรมตานข้าวใหม่
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทยบนพื้นที่สูง
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะระลึกถึงผู้มีพระคุณ
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมวันสงกรานต์ดำเนินการในช่วง
เดือนมกราคม พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้รักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทยบนพื้นที่สูง
Ø ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะระลึกถึงผู้มีพระคุณ
7. กิจกรรมสงเคราะห์หมู่บ้านประจำปี
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทยบนพื้นที่สูง
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะระลึกถึงผู้มีพระคุณ
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมวันสงกรานต์ดำเนินการในช่วงวันที่
16
เดือนเมษายน พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้รักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทยบนพื้นที่สูง
Ø ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะระลึกถึงผู้มีพระคุณ
8. งานชาวเขาสัมพันธ์ครั้งที่ 1
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันและแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กันของคนในชุมชน
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมวันสงกรานต์ดำเนินการในช่วงวันที่
3-4
เดือนมกราคม พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันและแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กันของคนในชุมชน
Ø ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ
9.กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทย
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะระลึกถึงผู้มีพระคุณ
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมวันสงกรานต์ดำเนินการในช่วงวันที่
15
เดือนเมษายน พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้รักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของไทย
Ø ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะระลึกถึงผู้มีพระคุณ
10. กิจกรรมปรับปรุงบริบทและพัฒนาอาศรม
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อพัฒนาอาศรมให้มีความสะอาดน่าอยู่ให้เหมาะกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมปรับปรุงบริบทและพัฒนาอาศรมดำเนินการตลอดพุทธศักราช
2554
ผลที่ได้รับ
Ø อาศรมเกิดการพัฒนา
มีความสะอาดน่าอยู่ให้เหมาะกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
และเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ
11. การเข้าร่วมกิจกรรมโครงการค่ายคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้นักเรียนได้ทราบและเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อให้นักเรียนได้ทราบและเข้าใจคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม
Ø เพื่อให้นักเรียนได้ทราบและเข้าใจ
สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ระยะเวลาดำเนินงาน
กิจกรรมโครงการค่ายคุณธรรม
จริยธรรมในโรงเรียนได้เข้าร่วมและดำเนินการดังต่อไปนี้
Ø เป็นพระวิทยากรในการอบรมตามโครงการ ความรู้คู่คุณธรรม ระหว่างวันที่ 23- 25 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2554 ณ
โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
Ø เป็นพระวิทยากรในการอบรมตามโครงการ ความรู้คู่คุณธรรม ระหว่างวันที่ 14- 16 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2554 ณ โรงเรียนบ้านตุงติง ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
Ø ระยะเวลาในการดำเนินงานค่ายใช้เวลาค่ายละ
3วัน 2 คืน
ผลที่ได้รับ
Ø นักเรียนได้ทราบและเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
Ø นักเรียนได้ทราบและเข้าใจคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม
Ø นักเรียนได้ทราบและเข้าใจ
สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
12.กิจกรรมงานประเพณีสลากภัต
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมของล้านนาไทย
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความระลึกถึงผู้มีพระคุณหรือบุพการีผู้ล่วงลับ
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นระหว่างหมู่บ้านและชุมชน
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมงานประเพณีสลากภัตดำเนินการในวันที่
7
เดือนกันยายน พุทธศักราช 2554
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านรักษาไว้ซึ่งประเพณีสลากภัตและวัฒนธรรมของล้านนาไทย
Ø ชาวบ้านเกิดความระลึกถึงผู้มีพระคุณหรือบุพการีผู้ล่วงลับ
Ø ชาวบ้านมีความสามัคคีเกิดขึ้นในหมู่บ้านและชุมชน
13. กิจกรรมเสียงตามสาย
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านได้รับรู้ข่าวสารต่างๆที่เกิดขึ้นในอาศรมฯและชุมชน
Ø เพื่อให้ชาวบ้านได้รับฟังหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
Ø เพื่อใช้การประชาสัมพันธ์ในชุมชน
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø ตลอดพุทธศักราช
2554-2555
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านได้รับรู้ข่าวสารต่างๆที่เกิดขึ้นในอาศรมฯและชุมชน
Ø ชาวบ้านได้รับฟังหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
Ø สามารถใช้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับชุมชนได้
14. กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
วัตถุประสงค์
Ø เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสามัคคีขึ้นระหว่างหมู่บ้านและชุมชน
ระยะเวลาดำเนินงาน
Ø กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ดำเนินการในวันที่
31
เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2553
ผลที่ได้รับ
Ø ชาวบ้านมีความสามัคคีเกิดขึ้นในหมู่บ้านและชุมชน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น